บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มิถุนายน, 2017

วันนี้เรามาทำขนมตะโก้ข้าวโพดกันค่ะ

รูปภาพ
วันนี้เรามาทำขนมตะโก้ข้าวโพดกัน                       ตะโก้ข้าวโพด ส่วนผสม :>>>>>ส่วนผสม ตัวตะโก้ <<<<<: แป้งข้าวเจ้า:>  1 ถ้วยตวง แป้งมัน:>  1/4 ถ้วยตวง น้ำตาลทรายขาว :> 1+1/2 ถ้วยตวง น้ำใบเตยปั่นแยกกาก:>  4 ถ้วยตวง ข้าวโพดหวานต้มนำมาฝานหรือแกะเป็นเม็ด ตามชอบ (เราใช้1ฝัก) กระทงใบเตย 1.5"x 1.5" ประมาณ 50 กระทง :>>>>>ส่วนผสม หน้าตะโก้<<<<<: แป้งข้าวเจ้า  1/2 ถ้วยตวง กะทิ 1 กล่อง 250 มิลลิลิตร น้ำเปล่า  3 ถ้วยตวง เกลือ  3/4 ช้อนชา วิธีทำ วิธีทำ ตัวตะโก้:> - นำส่วนผสม แป้งข้าวเจ้า,แป้งมัน,น้ำตาลทราย,น้ำใบเตย มาผสมคนรวมกัน จนละลายเป็นเนื้อเดียวกัน นำขึ้นตั้งไฟใช้ไฟกลาง คนไปเรื่อยๆห้ามหยุด จนส่วนผสมเริ่มข้น ให้ใส่ข้าวโพดลงไปคนไปเรื่อยๆ จนแป้งใสแสดงว่าสุกแล้วยกลง แล้ว รีบตักหยอดลงกระทง (3/4ของกะทง) เพราะแป้งเย็นแล้วมันจะเช็ตตั...

วันนี้เราจะมาทำขนมช่อม่วง

รูปภาพ
วันนี้เราจะมาทำขนมช่อม่วงกันนะค่ะ ขนมช่อม่วงจัดได้ว่าเป็นอาหารว่างของคนไทยมาแต่โบราณ เป็นอาหารว่างที่ต้องใช้ความประณีต ในการจับจีบตัวแป้งหลังการห่อหุ้มไส้แล้ว ด้วยแหนบทองเหลือง ให้มีลักษณะเป็นรูปดอกไม้ อาหารว่างชนิดนี้จึงมีลักษณะอ่อนหวาน นุ่มนวล แฝงไปด้วยความมีศิลปะของอาหารว่างไทยชาววัง ยิ่งรสชาติของไส้ที่มีเนื้อสัตว์ เช่น หมู กุ้ง ไก่ เป็นต้น มาผัดรวมกับรากผักชี กระเทียม พริกไทย ทำให้ช่อม่วง เป็นอาหารว่างไทยที่มีเอกลักษณ์ครบถ้วน และควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ ช่อม่วงสูตรนี้ เป็นสูตรของ ผู้ช่วยศาตราจารย์สมคิด ชมสุข อดีตรองคณะบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ท่านเป็นอาจารย์ประจำสาขาอาหารและโภชนาการ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทย ขนมไทยและอาหารว่างไทย สูตรช่อม่วง (อาหารว่างไทยโบราณ) สำหรับ 100-120 ดอก (หากทำในปริมาณที่น้อยให้ลดสูตรลงมาครึ่งหนึ่ง) วัตถุดิบช่อม่วง (อาหารว่างไทยโบราณ) ส่วนผสมแป้ง 1.แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย 2.แป้งท้าวยายหม่อม 2 ช้อนโต๊ะ 3.แป้งมัน 1/2 ถ้วย (และเพิ่มเป็นแป้งนวล 1/2 ถ้วย) 4.แป้งข้าวเหนียว 2 ช้อนโต๊ะ 5.น้ำเปล่าหรือน้ำอัญชัน 1 1/2 ถ้วย 6.น้ำมั...

ทำขนมหวานๆ

รูปภาพ
                                การทำขนมหวานค่ะ ทำขนมหวานไม่อยากอย่างที่คิดใครๆก็สามารถทำเองได้ที่บ้านหรื่อจะทำเป็นของฝากให้กับคนใกล้ตัวคนรอบข้างก็เช่นเดียวกันค่ะ                                                                                                  วันนี้เราจะมาดูวิธีการทำขนมทองหยอด วัตถุดิบทองหยอด  ประมาณ 30 – 40 ชิ้น (ขึ้นกับขนาด) 1. ไข่เป็ด 10 ฟอง 2. แป้งทองหยอด/แป้งข้าวเจ้า 3 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำเชื่อม 3. น้ำลอยดอกไม้ 4 ถ้วย 4. น้ำตาลทราย 5 1/2 ถ้วย น้ำเชื่อมหล่อขนม 5. น้ำลอยดอกไม้ 1 1/2 ถ้วย 6. น้ำตาลท...

วันนี้เราจะมาดูการทำขนมดอกจอกกัน

รูปภาพ
                       วันนี้เราจะมาดูวิธีการทำขนมดอกจอกกันค่ะ                       ขนมดอกจอก   ขนมไทย   ที่หากินยาก แต่ถ้าอยากทำเองขอบอกว่าง่ายเว่อร์ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำขนมดอกจอก (Crispy Lotus Blossom Cookie) ทำง่าย ๆ แค่มีพิมพ์ดอกจอก จะทำกินก็ดี หรือจะทำขายก็เจิด        ส่วนผสม ขนมดอกจอก         • แป้งข้าวเจ้า 350 กรัม         • แป้งมัน 50 กรัม         • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย         • เกลือป่น (เล็กน้อย)         • น้ำปูนใส 1 ถ้วย         • หัวกะทิ 1 ถ้วย         • ไข่ไก่ 1 ฟอง         • งาดำคั่ว         • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)         • พิมพ์สำหรับทำขนมดอกจอก  วิธีทำขนมดอกจอก         •...

วันนี้พิมพ์จะพาไปดูวิธีทำขนมเทียนแก้ว

รูปภาพ
วันนี้เราจะมาทำขนมเทียนแก้วกันนะค่ะ    หลาย ๆ คนอาจจะรู้จักกับขนมเทียน ขนมไทยรูปสามเหลี่ยมที่ใช้ไหว้เจ้าในช่วงตรุษจีนและสารทจีน แต่ถ้าพูดถึง  ขนมเทียนแก้ว  หลายคนอาจจะไม่รู้จัก หรือรู้จักแต่ก็ยังไม่เคยลองชิมดู  ขนมเทียนแก้วนี้ดัดแปลงมาจากขนมเทียนที่เปลี่ยนจากแป้งข้าวเหนียวมาใช้แป้งถั่วเขียวแทน ทำให้เนื้อขนมใส มองเห็นไส้ด้านใน มีเนื้อที่เหนียวนุ่มกว่าและไม่เหนียวติดมือ  ซึ่งในสมัยนี้อาจจะหาซื้อกินยากไปสักนิด ถ้าอย่างนั้นเราลองมาทำขนมเทียนแก้วที่ว่านี้กินเองกันดีกว่าน่าจะดี กระปุกดอทคอมมีวิธีทำขนมเทียนแก้วมาฝากไว้ตรงนี้แล้วจ้า ส่วนผสม แป้งขนมเทียนแก้ว       • แป้งถั่วเขียว 1 ถ้วย       • น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วย       • น้ำลอยดอกมะลิ (หรือน้ำผสมน้ำหอมกลิ่นมะลิ) 5 ถ้วย       • ใบตอง สำหรับห่อขนม วิธีทำ  ขนมเทียนแก้ว       • 1. ใส่น้ำตาลทรายและน้ำลอยดอกมะลิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ เคี่ยวจนเป็นน้ำเชื่อม ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น     ...

การทำขนมครก

รูปภาพ
     การทำขนมครก             ถ้าหากวันว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำลองชวนแฟนมานั่งแคะขนมครกเป็นกิจกรรมสนุก ๆ กันดีไหม ขอแนะนำขนมครกสูตรจาก  คุณเนินน้ำ  สูตรนี้ใส่ไส้รวมมิตรด้วยนะ ใส่ทั้งเผือก ข้าวโพด และต้นหอม กินให้จุใจไปเลยจ้า        ส่วนผสม แป้งขนมครก       ◆ แป้งข้าวเจ้า 1 1/4 ถ้วย       ◆ ข้าวสุก 1/3 ถ้วย       ◆ น้ำตาลทราย 1/8 ถ้วย       ◆ เกลือสมุทร 1 ช้อนชา       ◆ น้ำปูนใส 1/4 ถ้วย       ◆ หัวกะทิ 1 ถ้วย       ◆ หางกะทิ 1/2 ถ้วย      ส่วนผสม หน้ากะทิ       ◆ หัวกะทิ 3/4 ถ้วย       ◆ น้ำตาลทราย 1/8 ถ้วย       ◆ เกลือสมุทร 1/4 ช้อนชา       ◆ แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสม หน้าขนมครก       ◆ ต้นหอมซอย       ◆ เผือกหั่นเต๋าเล็ก ๆ        ◆ เม็ดข้าวโพด ...

วิธีการทำขนมไทย

รูปภาพ
                                   ขนมไทยทำง่าย                                                                           - การทำขนมไม่อยากอย่างที่คิดนะค่ะ เรามาลองทำกันดูนะคะ                                                  วิธีทำขนมถ้วย  สูตรขนมไทย ในดวงใจที่ได้ตักขึ้นมากินทีไรถ้วยเดียวไม่เคยพอ แคะ ๆ กิน ๆ เผลอแป๊บเดียวกินจนหมดจาน แต่ถ้าใครอยากจะลองทำกินเองก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดถ้ามีอุปกรณ์ครบ           สังเกตุไหมในสมัยนี้ขนมถ้วยกลายเป็นกิมมิกที่อยู่คู่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือไปซะแล้ว ก็เล่...

ขนมตอนว่าง

รูปภาพ
   ขนมว่างมีมากมายหลายอย่าง 3. ขนมโค      ขนมโค ขนมพื้นเมืองภาคใต้อาจจะหาอร่อย ๆ กินยากไปหน่อย แต่ไม่ต้องเดินทางไปถึงภาคใต้หรอกค่ะ แค่อยู่ที่บ้านก็ทำได้นะคะ สูตรจาก  คุณแมวเหมียวโมจิ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม  ตัวแป้งทำเป็นสีธรรมชาติหรือใส่สีตามชอบก็ได้ ใส่ไส้น้ำตาลมะพร้าว คลุกมะพร้าวขูดเพิ่มความอร่อย ส่วนผสม ขนมโค      • แป้งข้าวเหนียว      • น้ำตาลแว่น      • มะพร้าวขูด (เราหาไม่ได้เลยเอาเนื้อมะพร้าวทึนทึกมาสับ ๆ)      • เผือกหอมนึ่ง      • เกลือป่นเล็กน้อย (ใช้สำหรับคลุกกับมะพร้าวขูด)      • เฮลซ์บลูบอยสีแดง (สีอื่น ๆ หรือน้ำคั้นจากผักสีธรรมชาติ) ไม่ใส่ก็ได้ วิธีทำขนมโค      1. ใช้ช้อนกับส้อมบดเผือกนึ่ง เสร็จแล้วนำไปผสมกับแป้งข้าวเหนียว นวดผสมกันจนเป็นก้อน ถ้าส่วนผสมแห้งเกินไปก็เติมน้ำ ถ้าเหนียวไปก็ต้องเติมแป้งเพิ่ม ถ้าต้องการแป้งสีชมพูก็เอาน้ำหวานสีแดงผสมน้ำเปล่าเทใส่ลงไปแล้วนวดจนเข้ากัน  ...

คุณค่าขนมไทยเพื่อสุขภาพ

รูปภาพ
                                    คุณค่าของขนมไทยเพื่อสุขภาพ                                                                       งงกันล่ะสิว่า ขนมหวาน มันจะเพื่อสุขภาพกันได้ยังไง?  1. บัวลอยน้ำขิง        แนะนำว่าให้ใส่น้ำแข็งเยอะ ๆ เพื่อให้ความหวานเจือจาง หรือถ้าที่ร้านใส่น้ำตาลเข้มข้นในน้ำขิงอยู่แล้วก็ให้ซื้อกลับมาทานที่บ้าน แล้วมาต้มน้ำขิงเองแบบง่ายยิ่งกว่าทอดไข่ดาว ทอดเสร็จ เอ๊ย ต้มเสร็จ ก็เติมน้ำตาลทรายแดงเอาเองนิดหน่อยตอนรับประทาน เพราะ น้ำตาลทรายแดงไม่ทำร้ายสุขภาพ   แล้วยังอุดมไปด้วยวิตามิน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก        ส่วนบัวลอยเม็ดโตก็มีงาดำที่ถือเป็นธัญพืชเพื่อสุขภาพ มีคุณสมบัติป้องกันการเสื่อมของเซลส์ มีสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยสลายไขมัน ...